เมื่อคุณแม่อยู่ในช่วงตั้งครรภ์แล้วใกล้ที่จะคลอดเจ้าทารกออกมานั้น คุณแม่คงต้องเลือกว่าจะคลอดโรงพยาบาลไหนที่ดี แต่ในที่นี้คุณแม่ไม่ต้อง ไปกังวลเพราะการคลอดใน โรงพยาบาล มีข้อดีตรงที่เป็นศูนย์รวมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและอุปกรณ์การแพทย์ทันสมัย คุณแม่มีทางเลือกมากมายใน การลดความเจ็บปวด และถ้าจำเป็น คุณแม่ก็ สามารถเข้ารับการผ่าตัดคลอดได้ทันที พร้อมยังได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดในกรณีฉุกเฉิน คุณแม่สามารถปรึกษา สูติแพทย์เกี่ยวกับแนวทางการคลอดและการดูแลในขณะคลอดได้ ตามที่คุณแม่ต้องการ และหากมีเรื่องใดที่คุณไม่แน่ใจว่าจะได้ผลจริงหรือไม่หรือสิ่งไหนที่คุณไม่ ต้องการ ควรแจ้งให้แพทย์ได้ทราบเพื่อปรึกษาและหาทางเลือกที่เหมาะสมในการคลอด และควรบันทึกข้อมูลดังกล่าวไว้ในแผนการคลอด หลังคลอดคุณแม่ก็พักฟื้นที่โรงพยาบาลต่อสัก 2-3 ก่อนกลับบ้านได้ คลอดที่ไหนไม่อุ่นใจเท่าที่โรงพยาบาลหลอก
Tags : คลอด , ตั้งครรภ์ , หลังคลอด , ทารก
คุณแม่ที่ตั้งครรภ์ แล้วจะใกล้คลอดนั้น ควรที่จะผ่อนคลาย ไม่เครียด เช่น อาบน้ำอุ่น พักผ่อนมากขึ้น หรืออาจใช้กระเป๋าน้ำร้อนวางประคบหลังเพื่อช่วยคลายปวด แต่ไม่ควรกินยาแก้ปวด และไม่ควรอั้นปัสสาวะนานๆ การที่กระเพาะปัสสาวะว่าง จะมีผลช่วยให้การคลอดเป็น ไปได้ด้วยดี เพราะเนื่องจากไม่เกิดอุปสรรค์กีดขวางการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อมดลูก หรือหากรู้สึกหิวอะไรต่อมิอะไรนั้นก็ควรรับประทานอาหารอ่อนๆ หรืออาหารว่างเบา ๆเพราะจะส่งผลต่อทารกในครรภ์ด้วย ไม่ควรทานอาหารหนักเต็มมื้อ เนื่องจากอาหารเหล่านี้จะใช้เวลาในการย่อยนาน ยิ่งหากมีกรณีฉุกเฉินเกิดขึ้นระหว่างการคลอด จะเป็นอุปสรรคในการให้ยาระงับความรู้สึก เช่น ไม่สามารถให้ยาสลบได้ ควรใช้เวลาที่พักระหว่างการเจ็บครรภ์อย่างคุ้มค่า โดยการนอนให้นิ่งและสงบอารมณ์ เพื่อเก็บพลังไว้ใช้ในการคลอด
Tags : คลอด , ตั้งครรภ์ , ครรภ์ , ทารก
1. การผ่าแนวตั้ง โดยปกติการผ่าคลอด จะผ่าลงไปถึง 7 ชั้น โดยผ่าตัดเนื้อผ่านชั้นผิวหนัง ไขมันใต้ผิวหนัง เยื่อหุ้มกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อ ต่อจากนั้นจะเจอกับเยื่อหุ้มช่องท้อง ผนังเยื่อหุ้มมดลูก และกล้ามเนื้อมดลูกเป็นชั้นสุดท้าย การผ่าตัดคลอดแนวตั้ง นั้นจะผ่าคลอดจากใต้สะดือลงมาถึงช่วงกลางหัวหน่าว นิยมทำกันในอดีต เนื่องจากการแพทย์สมัยนั้นยังไม่ทราบว่าสามารถผ่าแนวนอนได้ เพราะเมื่อผ่าคลอดลง ไปชั้นกลางบริเวณเยื่อหุ้มกล้ามเนื้อช่องท้อง เส้นกล้ามเนื้อหน้าท้องจะเป็นแนวตั้ง แพทย์ในอดีตจึงเข้าใจว่าการลงแผลแนวตั้งจะช่วยแหวกกล้ามเนื้อได้โดยไม่ทำให้ ฉีกขาด
2. การผ่าคลอดแนวขวาง หรือการผ่าคลอดแนว นอน หรือบิกินีไลน์ เทียบกับแบบแรกจะดีกว่าตรงที่มีแผลเป็นน้อยกว่า และเจ็บน้อยกว่า เนื่องจากหน้าท้องของแม่ท้องจะมีความหย่อนอยู่ก่อนแล้ว เพราะฉะนั้น แพทย์จึงจะลงแผลผ่าคลอดแนว นอนเพื่อเปิดผิวหนังเข้าไปข้างใน เมื่อถึงบริเวณชั้นของกล้ามเนื้อ จึงจะเปลี่ยนไปลงแนวตั้งเหมือนปกติ วิธีนี้จะช่วยให้กล้ามเนื้อไม่ช้ำ และแผลบริเวณผิวหนังสวยกว่าแบบแนวตั้ง หลังคลอดเสร็จสิ้นคุณหมอจะให้คุณแม่พักผ่อน เพราะการผ่าคลอดนั้น คุณแม่จะเสียเลือดมาก ส่วนเจ้าทารกตัวน้อยๆ เมื่อคุณหมอทำความสะอาดเสร็จสิ้นก็พาไปห้องอบต่อ
Tags : คลอด , ทารก , ผ่าคลอด , หลังคลอด
การผ่าคลอดเป็นการผ่าตัดคลอดเจ้าทารกน้อยๆ ในครรภ์ ออกมาทางหน้าท้องบริเวณด้านล่างของมดลูกและจะทำในกรณีที่จำเป็นเท่านั้น คุณหมอประจำตัวจะมีข้อบ่งชี้เพื่อใช้พิจารณาในการผ่าตัดคลอด ดังนี้ ทารกมีขนาดใหญ่มาก เมื่อเปรียบเทียบกับกระดูกเชิงกราน ส่วนใหญ่ทารกมักเอาหัวลง ช่วงใกล้คลอดแพทย์จะตรวจขนาดศีรษะทารกเทียบกับกระดูกเชิงกรานของแม่ เพราะถ้าหัวใหญ่กว่ามากก็จะติดขัดจนอาจทำให้เกิดอันตรายทั้งแม่และทารกได้ ซึ่งหลังคลอด คุณแม่จะต้องดูแลแผลผ่าคลอดให้ดีเป็นพิเศษ ไม่งั้นจะเกิดโรคต่างๆตามมาก็ได้
Tags : คลอด , ทารก , ครรภ์ , หลังคลอด
การผ่าคลอดมักทำหลังจากคุณ หมอได้พิจารณาแล้วว่า หากคลอดผ่านทางช่องคลอด จะทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ แต่ผลจากการผ่าคลอดไม่ได้ทิ้งไว้แค่ร่องรอยแผลที่ไม่น่าดูเท่านั้นนะคะ หากดูแลแผลไม่ถูกวิธี ก็จะก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพตามมาได้ ก่อนอื่นมาทำความ เข้าใจเกี่ยวกับการผ่าคลอดกันก่อน เพื่อคุณแม่จะได้เตรียมตัวและรับมือกับสิ่งต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นหลังคลอดเจ้าทารกก็เป็นได้
Tags : คลอด , ผ่าคลอด , หลังคลอด , ทารก
การแพทย์แผนไทยจะมีการดูแลสุขภาพ ของสตรีหลังคลอดบุตร ให้มีสุขภาพที่แข็งแรงและมีรูปร่างที่งดงาม ถึงแม้ว่าการคลอดบุตรเป็นเรื่องของธรรมชาติ มิใช่เรื่องของการเจ็บป่วย แต่เนื่องจากสตรีที่ตั้งครรภ์จะมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายทั้งภายในและภาย นอก ตั้งแน่เริ่มตั้งครรภ์ จนกระทั่งคลอดบุตร จะมีการขยายตัวของอวัยวะต่าง ๆ หลังคลอดลูกคุณแม่กับผิวหนังก็ยังมีการเปลี่ยนแปลง บางแห่งจะมีสีที่คล้ำกว่าปกติ หรือเกิดฝ้าที่ใบหน้าและหลังคลอดเจ้าทารก เป็นช่วงที่ร่างกายมีความอ่อนแอ ขาดภูมิคุ้มกัน จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
Tags : หลังคลอด , คลอด , ตั้งครรภ์ , ทารก
ในช่วงหลังคลอดนั้นคุณแม่จะเหนื่อยกับการคลอด และทั้งต้องตั้งท้องในการตั้งครรภ์ โดยธาตุเหล็กกับแคลเซียมถือเป็นเกลือแร่ที่สำคัญต่อร่างกายมาก เนื่องจากการเสียเลือดจากการคลอด หลังคลอดร่างกายจึงต้องการธาตุเหล็กมากขึ้น แต่หลังคลอดคุณ แม่ไม่ต้องไปหาที่ไหนไกลหรอก เพราะในผลไม้เช่น กล้วยและส้มนี่ล่ะที่มีธาตุเยอะเชียว ส่วนแคลเซียมนั้นจะช่วยให้กระดูกแข็งแรงและจำเป็นต่อสุขภาพฟันของทารก หลังคลอดเพื่อ ให้ได้รับแคลเซียมจากนมแม่อย่างเพียงพอ ควรรับประทานพวกนม เนยแข็ง เต้าหู้ ผักขม คะน้า และผลไม้อย่างแอปเปิ้ล เชอร์รี่ให้มากๆ จะช่วยได้ อาหารหลังคลอดของคุณแม่ก็จะได้ทั้งธาตุเหล็กกับแคลเซียมทำให้ตัวคุณแม่แข็งแรงหลังคลอดได้ ส่วนเจ้าทารกน้อยก็จะแข็งแรงตามคุณแม่หลังคลอดได้
Tags : หลังคลอด , การตั้งครรภ์ , การคลอด , ทารก , คลอด
ถ้าจะกล่าวถึงหลังคลอดนั้นคุณแม่คงเซ็งกับหุ่นที่ไม่ได้ดั่งใจ แต่หลังคลอดเจ้าทารกน้อย นั้นจะกลับมาสู่ความงามของคุณแม่ได้ เพราะว่าในช่วงหลังคลอดนั้น โอกาสที่น้ำหนักจะลดหรือหุ่นจะลดลงอย่างชัดเจนจะอยู่ในช่วง 3 เดือนแรกเท่านั้น หลังจากนั้นแล้วลดเท่าไหร่ก็จะไม่ค่อยลงมากนัก เพราะฉะนั้นเมื่อรู้สึกว่าร่างกายได้พักอย่างเต็มที่หลังคลอดแล้ว ก็เริ่มลดน้ำหนักเลย เพราะว่าถ้าปล่อยไว้จะกลายเป็นการผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ โดยการตั้งครรภ์ของคุณแม่ใช้เวลาถึง 9 เดือนแล้วก็หลังคลอดเจ้าทารกน้อยออกมา โดยการคลอดนั้นมีทั้งแบบ คลอด แบบธรรมชาติและผ่าคลอดโดยหลังคลอดของคุณแม่จะกลับมางามได้เพราะการดูแลหุ่นหลังคลอดนั้นเอง
Tags : หลังคลอด , การตั้งครรภ์ , การคลอด , ทารก , คลอด
หลังคลอดลูกแล้ว คุณแม่จะรู้สึกว่ามีหลายอย่างในร่างกายคุณแม่จะไม่เหมือนเดิมหลังคลอด โดยเฉพาะเรื่องรูปร่างซึ่งไม่เข้าที่เข้าทาง คุณแม่มือใหม่หลายคนกังวลปัญหานี้กันมากเพราะหลังคลอดนั้นจะทำให้หุ่นคุณแม่ใหญ่ขึ้นในขณะตั้งครรภ์ ในช่วงแรกของคุณแม่ก็รู้สึกกลัวเหมือนกันว่ารูปร่างจะกระชับเหมือนเดิมได้ไหมเพราะหลังคลอด ทารกออกมานั้น จะทำให้น้ำหนักคุณแม่จะลดลงได้แค่ไหนกัน แต่คุณแม่คงโชคดีที่มีคนคอยให้คำแนะนำต่างๆ เรื่องหลังคลอดจะลดน้ำหนักได้จริง บวกกับความตั้งใจจริงของคุณแม่ ทำให้รูปร่างที่ดีกลับคืนมาได้ในที่สุดหลังคลอดได้จริงๆ
Tags : หลังคลอด , ตั้งครรภ์ , ทารก , คลอด
การตกเลือดหลังคลอดสามารถแบ่งออกเป็น 2 ระยะคือ ตกเลือดทันทีหลังคลอดไปจนถึง 24 ชั่วโมงหลังคลอด ซึ่งสาเหตุมักเกิดจากมดลูกหดรัดตัวก่อนคลอดไม่ดี ส่วนสาเหตุอื่นๆที่พบบ่อย เช่น รกค้าง การฉีกขาดของปากมดลูก การแตกของมดลูก การฉีกขาดของช่องคลอด มดลูกปลิ้น รกเกาะตัวฝังแน่น เป็นต้น
ส่วนการตกเลือดในระยะหลังจากนั้นคือ ตั้งแต่ 24 ชั่วโมงไปจนถึง 6 สัปดาห์ มักเกิดจากการติดเชื้อหลังคลอด การเข้าอู่ของมดลูกไม่ดีพอ รกหลุดลอกไม่หมด ภาวะไม่แข็งตัวของเลือดหลังจากการคลอดเจ้าทารกน้อยออกมา
Tags : หลังคลอด , คลอด , การคลอด , ทารก
การตกเลือดหลังคลอด นับว่าเป็นสาเหตุสำคัญอันดับหนึ่งที่มีอันตรายต่อชีวิตของคุณแม่หลังคลอดเจ้าทารก เพราะไม่ว่าจะโดยการผ่าตัดคลอดหรือการคลอดแบบธรรมชาติก็ย่อมมีการเสียเลือดไปไม่น้อยโดยทั้ง 2 วิธี ในทางการแพทย์หากคลอดปกติทางช่องคลอดถือเอาว่าหากมีการเสียเลือดมากกว่า 500 มิลลิลิตร ถือว่ามีการตกเลือด หลังคลอด ซึ่งอาจจะมีข้อจำกัดเช่นกันว่าจะวินิจฉัยคุณแม่รายใดว่ามีภาวะตกเลือดหรือไม่ เพราะว่าการประเมินการตกเลือดไม่สามารถวัดปริมาณของเลือดที่ออกโดยตรงได้เป็นอันตรายต่อตัวคุณแม่และเจ้าทารกน้อยด้วย
โดยใช้การประเมินด้วยสายตาของแพทย์ที่ทำคลอด มีคนเสนอว่าน่าจะถือเอาเปอร์เซ็นความเข้มขึ้นของเลือดหากลดลงมากกว่า 10 เปอร์เซ็นก็ถือว่ามีการตกเลือดหลังคลอด แต่ในทางปฏิบัติทำได้ค่อนข้างยากเพราะการคลอดจะเสียเลือดอยู่แล้ว แต่ต้องขึ้นอยู่ว่าจะเสียเลือดมากหรือน้อยแค่ไหนเอง
Tags : หลังคลอด , คลอด , การคลอด , ทารก
ระยะเวลาของการเจ็บครรภ์ คลอดนั้น ในครรภ์แรกอาจจะใช้เวลานานประมาณ 12-14 ชั่วโมง ส่วนในคุณแม่ที่เคยคลอดบุตรมาก่อนแล้วอาจจะใช้เวลาประมาณ 6-8 ชั่วโมง แต่อย่างไรก็ตามอาจจะมากหรือน้อยกว่าที่กล่าวมานี้ก็เป็นไปได้ ในระหว่างมีการเจ็บครรภ์ จะมีการหดรัดตัวก่อนคลอดเป็นระยะๆ การหดรัดตัวก่อนคลอด จะทำให้เกิดแรงดันจากส่วนบนของมดลูกต่อทารกให้เคลื่อนต่ำลงไปในช่องทางคลอด ในขณะเดียวกันปากมดลูกก็จะถูกยืดขยาย และปากมดลูกก็จะบางลง การเปิดขยายและบางตัวลงของปากมดลูกนั้นจะเกิดขึ้นได้ในปากมดลูกที่มี ความพร้อมสำหรับการเปิดขยายแล้วกับการคลอดในครั้งนี้
Tags : คลอด , ครรภ์ , การคลอด , ทารก
การเจ็บครรภ์ คลอด นั้นมีด้วยกัน 2 ช่วง คือ ช่วงเชื่องช้าและช่วงรวดเร็ว แต่ในระยะที่ 1 ของการคลอด เริ่มจากมีอาการเจ็บครรภ์คลอด ไปจนถึงปากมดลูกเปิดเต็มที่ คือ
1.ช่วงเชื่องช้า ช่วงนี้อาจจะกินเวลาหลายชั่วโมงหรืออาจจะนานเป็นวัน คุณแม่อาจจะไม่ค่อยมีอาการปวดท้องมากนัก แต่บางคนขณะที่มีการหดรัดตัวของมดลูกก่อนคลอด ก็สามารถพูดคุยกับคนอื่นได้หรือแม้แต่หัวเราะก็ยังได้ในบางท่าน
การหดรัดตัวของมดลูกก่อนคลอด อาจจะไม่รุนแรงหรือยาวนานมากนัก อาจจะหดรัดตัวก่อนคลอด มากขึ้นแล้วลดลงเป็นช่วงๆ ได้การเปิดของปากมดลูกมักจะเป็นไปอย่างเชื่องช้า
2.ช่วงรวดเร็ว ช่วงนี้นับตั้งแต่ปากมดลูกเปิดขยายตั้งแต่ 4 เซนติเมตรเป็นต้นไป จนถึงมีการเปิดขยายของปากมดลูกเต็มที่ การเปิดขยายของปากมดลูกจะเป็นไปอย่างรวดเร็วกว่าช่วงแรกมาก หรือ ประมาณ 1.2-1.5 เซนติเมตรต่อชั่วโมง
นอกจากการเปิดขยายของปากมดลูกแล้วยังมีการบางลงของปากมดลูกและการเคลื่อนต่ำลงของส่วนนำของทารกอีกด้วย
Tags : คลอด , ครรภ์ , การคลอด , ทารก
การที่จะบอกว่าคุณแม่มีการเจ็บครรภ์ คลอดหรือยังบางครั้งอาจจะบอกได้ยาก การเจ็บครรภ์ คลอด คือการที่มีการหดรัดตัวของมดลูกอย่างสม่ำเสมอ และมีความถี่มากพอ จนทำให้เกิดการเปิดขยายตัวของปากมดลูก ส่วนที่หดรัดตัวของมดลูกที่ไม่ทำให้เกิดการเปิดขยายตัวของปากมดลูก ซึ่งการหดรัดตัวของมดลูกแบบนี้สามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ช่วงกลางของอายุการตั้งครรภ์ ไปจนถึงช่วงปลายของการตั้งครรภ์จนถึงการคลอด ในบางครั้งการหดรัดตัวแบบนี้ของมดลูกอาจทำให้เกิดอาการเจ็บปวด เกิดขึ้นเป็นระยะสม่ำเสมอ และมีความถี่มากพอสมควร แต่จะไม่ทำให้เกิดการเปิดขยายของปากมดลูก การคลอด ทารกนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายและก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกด้วย
การหดรัดตัวของมดลูกก่อนคลอดบางครั้งคุณแม่อาจจะไม่รู้สึกเจ็บปวด หรือมีอาการปวดเพียงเล็กน้อยในช่วงแรกของการคลอด แต่จะปวดมากขึ้นเมื่อมีการขยายตัวของปากมดลูก การเปิดขยายของปากมดลูก 1 – 3 เซนติเมตร โดยไม่มีการหดรัดตัวของมดลูก อาจจะเกิดได้ในคุณแม่บางท่าน ก่อนหน้าจะคลอดเป็นสัปดาห์หรืออาจจะเป็นเดือนในบางท่าน โดยเฉพาะคุณแม่ที่เคยผ่านการคลอดมาก่อนแล้ว
การเจ็บครรภ์คลอดที่แท้จริงของคุณแม่มักจะมีความสม่ำเสมอและมีความถี่ของการหดรัดตัวเพียงพอที่จะทำให้เกิดการเปิดขยายของปากมดลูก ส่วนการเจ็บครรภ์
Tags : คลอด , ครรภ์ , ตั้งครรภ์ , การคลอด , ทารก